สวัสดิการสำหรับเด็กในญี่ปุ่น (日本の子供手当て)


จากที่เราเคยเขียนเรื่องสวัสดิการของคุณแม่ตอนตั้งครรภ์แล้วนะคะ
วันนี้มาต่อ part2 กันค่ะ ในเรื่องของสวัสดิการให้เด็กๆในประเทศญี่ปุ่น มาดูกันค่ะ ว่าประเทศอย่างญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาอัตราการเกิดน้อยนั้น อัดฉีด หรือเปย์สวัสดิการให้กับการเลี้ยงดูบุตรมากน้อยแค่ไหน ทำไมยังโน้มน้าวหนุ่มสาว และแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดน้อยไม่ได้กันนะ

1. ค่าเลี้ยงดูบุตรรายเดือน (児童手当)
เป็นเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กที่จะได้รับตั้งแต่เด็กอายุ 0-15 ปี ตั้งแต่ 5,000-15,000 เยน ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของเด็กและรายได้ของหัวหน้าครอบครัวค่ะ (เร็วๆนี้มีกฎใหม่ว่า ถ้าหัวหน้าครอบครัวรายได้มากกว่า 12 ล้านเยนต่อปี จะไม่ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูส่วนนี้แล้วค่ะ)

2. สวัสดิการฉีดวัคซีนพื้นฐานฟรี (予防接種)
วัคซีนของเด็กๆ จะแบ่งได้ 2 ประเภทค่ะ คือ วัคซีนพื้นฐาน และ วัคซีนเสริม วัคซีนพื้นฐานที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดว่าเด็กๆควรจะได้รับวัคซีนนั้น ถ้าเราพาลูกไปรับวัคซีนตามกำหนดก็สามารถรับวัคซีนได้ฟรีค่ะ (ตั๋วรับวัคซีนฟรี ติดต่อรับได้ที่สำนักงานเขตใกล้บ้าน) ส่วนวัคซีนเสริมที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้เองเพิ่มเติม คุณพ่อคุณแม่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง บางตัวรัฐบาลจะช่วยเหลือค่าฉีดส่วนหนึ่งค่ะ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่

3. สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลสำหรับเด็ก (子ども医療費助成制度)
เป็นสวัสดิการค่ารักษาพยายามเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากประกันสังคม และ ประกันสุขภาพแห่งชาติค่ะ ช่วยค่ารักษาพยาบาลของเด็กๆ ตั้งแต่เกิดไปจนถึงจบประถม หรือ บางพื้นที่จะมีสวัสดิการช่วยเหลือไปถึงมัธยมต้นเลยค่ะ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลนี้ จะแตกต่างไปตามแต่ละเขต แต่ละจังหวัดค่ะ ไม่ได้รับเหมือนกันทั่วประเทศ หลายที่ฟรีทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่ายาค่ะ บ้านแอดมินที่โกเบ ค่ารักษา 400 เยน , ค่ายา 400 เยน ถ้าเป็นการ Follow up ครั้งที่ 3 ขึ้นไปในเดือนเดียวกันถึงจะฟรีค่ารักษาค่ะ

4. ส่วนลดค่าฝากเด็กเล็กในเนอสเซอรี่ ที่เขตรับรอง (保育料制度)
สำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็กอายุ 0-2ปี และต้องกลับไปทำงาน สามารถฝากลูกไว้ที่เนอสเซอรี่ที่ทางเขตรับรอง (認可保育園) ค่าฝากจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเมือง แต่ละเขตค่ะ ส่วนมากก็จะลดหลั่นไปตามรายได้ของครอบครัว รายได้น้อยจ่ายน้อย รายได้มากจ่ายมาก และ ลูกคนที่ 2 จะได้ลดค่าฝากครึ่งราคา ลูกคนที่ 3 ก็จะได้ค่าฝากฟรีเลยล่ะค่ะ

5. เงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนวัยอนุบาล(幼児教育・保育無償化)
สำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็กวัย 3-5ปี และต้องทำงานนั้น สามารถฝากลูกไว้ที่เนอสเซอรี่ที่ทางเขตรับรอง (認可保育園) ได้ฟรีค่ะ เสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหาร ส่วนเด็กๆ ที่เข้าเรียนอนุบาล และ เนอสเซอรี่นอกเหนือจากที่เขตรับรองบางส่วนก็สามารถรับเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนได้ตามเงื่อนไขด้วยค่ะ

6. ค่าเล่าเรียนฟรีโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน
ที่ญี่ปุ่นการศึกษาภาคบังคับคือ ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ไปจนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 ดังนั้นถ้าเราให้ลูกเรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน (公立) ตามที่เขตกำหนดแล้ว ก็จะไม่ต้องเสียค่าเทอมค่ะ เรียนฟรีไปจนจบ ม.3 เลยทีเดียว (เสียแต่ค่าอาหารกลางวัน)

7. เงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียน(就学援助制度)
สำหรับครอบครัวที่ขัดสนทางการการเงิน ทางเขตที่เราอาศัยอยู่จะมีเงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียน การศึกษาให้เด็กๆ ที่อยู่ในช่วงการศึกษาภาคบังคับ (ป.1-ม.3) แต่ละเขตจะมีนโยบายที่ต่างกันไปค่ะ สามารถเข้าไปสอบถามที่สำนักงานเขตที่เราอาศัยอยู่ได้เลย

8. เงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนชั้น ม.ปลาย(高等学校等就学支援金制度)
การศึกษาชั้นมัธยมปลาย ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับของประเทศญี่ปุ่นค่ะ ดังนั้นค่าเทอมของลูกในส่วนนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องชำระเอง โดยเฉลี่ยแล้วถ้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลจะอยู่ที่ 5แสนเยนต่อปี และ โรงเรียนเอกชนอยู่ที่ 1 ล้านเยนต่อปี

ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี2020 ครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 9 ล้านเยนต่อปี สามารถทำเรื่องกับทางสำนักงานเขตเพื่อรับเงินช่วยเหลือค่าเรียนตรงนี้ได้ค่ะ (โรงเรียนรัฐบาลฟรีค่าเทอม โรงเรียนเอกชนก็จะต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่ม)

นอกจากนั้นยังมีเงินช่วยเหลือในส่วนของค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์การเรียนอีกด้วย สอบถามได้ที่สำนักงานเขตเช่นกันค่ะ

จะเห็นได้ว่าทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับสุขภาพ และการศึกษาของเด็กๆค่ะ โดยการศึกษาภาคบังคับนั้น เด็กๆทุกคนก็จะต้องมีสิทธิ์ได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ต้องสอบเข้า และสอบเลื่อนชั้นด้วย

ถ้าใครมีข้อมูลเพิ่มเติมก็คอมเม้นต์ แลกเปลี่ยนกันได้นะคะ 💕



Post a Comment

0 Comments