NIFREL : สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ NIFREL @Expocity Osaka


เพิ่งจะได้มีโอกาสไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ Aqua Zoo ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง NIFREL อ่านอย่างญี่ปุ่นว่า นิฟุเรรุ มีความหมายว่าสัมผัส ซึ่งก็มาจากคอนเซปท์หลักของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ 感性にふれる(Kansei ni fureru)แปลเป็นไทยได้ว่า สัมผัสกับสิ่งอ่อนไหว ค่ะ (แปลแล้วงงๆเนอะ 55) ลองอ่านรีวิวแล้วดูภาพข้างในกันค่ะ ว่าจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นหรือไม่


NIFREL เป็นอาคาร 2ชั้น ขนาดใหญ่ ดีไซน์เรียบๆ แต่คงความเก๋ไว้ ตัวอาคารสีขาวล้วนอยู่ในบริเวณ EXPO City ค่ะ ภายในเป็นอาคาร 2ชั้น แบ่งโซนฟุเรรุต่างไว้ 7 โซนให้เราได้ลองไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ค่ะ ซึ่งโดยรวมแล้วแอดมินอยากให้นิยามเป็น Art Aquarium มากกว่า เพราะแนวคิดดีไซน์ แสงสี สัตว์ต่างๆ ที่ทาง NIFREL เลือกมานั้นค่อนข้างแปลกตา และเป็นศิลปะ มากกว่าสวนสัตว์ หรือ พิพิธภัณฑ์อื่นๆค่ะ



ซื้อตั๋วแล้วอย่ารอช้า ตามแอดมินเข้าไปดูแต่ละโซนกันเลยดีกว่า

1. โซนสัมผัสสี(いろにふれる)

ตามชื่อเลยค่ะ โซนนี้จะมีโคมไฟใหญ่ด้านบน กำแพงกั้นด้วยผ้า มีตู้ปลาหลายๆตู้จัดวาง พร้อมกับสัตว์น้ำและปะการังหลากสีจัดแสดงอยู่ พร้อมกับแสงไฟบนเพดานและกำแพงที่จะค่อยๆเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆค่ะ






2.โซนสัมผัสความสามารถ(わざにふれる)

โซนนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่แตกต่างกันของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด จะมีตู้ปลานโปเลียนสีฟ้าใหญ่ๆตรงกลางมีโชว์ให้อาหารปลาด้วย ส่วนตู้ปลารอบๆ ก็จะมี Doctor Fish ให้เด็กลองเอานิ้วแหย่ลงไปให้ได้สัมผัสความรู้สึกปลาตอด 555 มีปลากบที่ปีนมาอยู่บนบกได้ให้ดู เป็นต้น







3.โซนสัมผัสรูปร่าง(すがたにふれる)

โซนนี้จะคล้ายๆโซนแรกค่ะ แต่กำแพงเป็นกระจกเงา เพดานมีไฟเล็กๆ มีตู้ปลาเล็กๆ วางอยู่เต็มไปหมด ในตู้ปลาก็จะมีสัตว์น้ำที่รูปร่างแปลกตา หาชมยากให้เราได้ชมกัน พร้อมกับอะคริลิกใสรูปทรงต่างๆ เป็นงานศิลปะรูปทรงกับสัตว์น้ำรูปร่างแปลกตาค่ะ แอดมินชอบตู้จินอานาโกะ(チンアナ子)มากเลย เป็นปลาไหลตัวเล็กๆ มุดทรายแล้วจะโผล่แค่หัวขึ้นมา ที่ NIFREL เปลี่ยนทรายให้เป็นเม็ดใสทำให้เราเห็นรูปร่างในรูด้วยค่ะ






4.โซนสัมผัสการซ่อนแอบ(かくれるにふれる)

โซนนี้เป็นโซนใหม่ค่ะ มีทั้งสัตว์น้ำและสัตว์อื่นๆ ทีมีความสามารถในการพรางตัวให้เนียนกับธรรมชาติ อยู่ในตู้เล็กๆ ในห้องที่กำแพงเป็นลายพรางเก๋ๆ




5.โซนสัมผัสริมน้ำ(みずべにふれる)

โซนนี้เป็นโซนสัตว์ใหญ่แล้วค่ะ ตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว เสือขาวไวไทเกอร์ และฮิปโปแคระแม่ลูก(แม่ชื่อฟุรุฟุรุ พ่อชื่อโมโตะโมโตะ ลูกชื่อตั้มตั้ม)อยู่ในโซนนี้ค่ะ เสือไวไทเกอร์เท่ห์มากๆ อยู่ในกรงที่มีขนาดความสูง 2 ชั้น มีโชว์ให้อาหารเสือไวท์ไทเกอร์ด้วย








6.โซนสัมผัสการเคลื่อนไหว(うごきにふれる)

โซนนี้เราจะได้พบกับสัตว์ต่างๆ ที่มีความเคลื่อนไหวที่หลากหลายค่ะ ก่อนเข้าโซนมาแอดมินได้ยินเสียงร้องดังมากเหมือนเสียงนก แต่พอเข้ามาจริงๆ คือเสียงนากทะเล2 ตัวกำลังทะเลาะกัน วิ่งกันป่วนเลยค่ะ 555 นอกจากนั้นก็จะได้เห็นบีเวอร์ เพนกวิน หนูยักษ์คาปิบาระ อย่างใกล้ชิด นกเพริแกน แล้วก็ขอให้มองไปบนเพดานด้วยนะคะ จะเจอกับฝูง Kitsunezaru ลิงจิ้งจอกชนิดหนึ่งที่นอนหลับห้อยหางลงมา 555 ทางสตาฟเล่าว่าช่วงเย็นๆ เจ้าลิงน้อยจะลงมาวิ่งด้านล่างด้วยค่ะ









7.โซนสัมผัสความสัมพันธ์(つながりにふれる)

โซนนี้จะไม่มีสัตว์จริงๆให้เราดูแล้วค่ะ แต่จะเป็นโซนให้เราดูหนังสั้นๆ มีภาพและเสียงเพลงที่สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ป่ากับเมือง แอดมินดูแล้วชอบประเด็นของความสามารถที่แตกต่างกันของทุกสิ่ง ในหนังยกเรื่องตาหรือการมองเห็นมาเล่าว่ามุมมองของแต่ละคน ของสัตว์แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน แต่ความแตกต่างเหล่านี้มันอยู่รวมกันได้ในโลกใบเดียวกันนี้ค่ะ





นอกจาก7 โซนหลักแล้ว ก็ยังมีส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจด้วยค่ะ อย่างโซน WONDER MOMENTS ที่มี Digital Art พร้อมเสียงเพลงบนลูกบอลทรงกลมลูกใหญ่ที่อยู่กลางโถงสูงไปบนชั้น2 เลยค่ะ Digital Art มีหลายแบบสวยมากๆ ค่อยๆเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ เด็กๆ ชอบกันมากๆ ผู้ใหญ่ก็สามารถเพลิดเพลินไปได้ด้วยค่ะ





โซนร้านอาหารในส่วนสัมผัสริมน้ำ มีร้านแฮมเบอร์เกอร์อยู่ แอดมินเห็นโต๊ะข้างๆสั่งมาหน้าตาดูดีเลยค่ะ ส่วนลูกสาวลองสั่ง EATING WATER น้ำที่กินได้(ไม่ใช่น้ำที่ดื่มได้)มาลองค่ะ เป็นของหวานใสๆ นิ่มๆ คล้ายๆวุ้นใสรสหวานอ่อนๆ อร่อยชื่นใจดีค่ะ





อีกส่วนที่เรียกว่า NIFREL MAKES ที่เป็นส่วนก่อนถึงทางออกพิพิธภัณฑ์ จะมีโต๊ะวางสีไม้ และ Post ให้ระบายสีแผ่นแล้วนำกลับบ้านได้ค่ะ


และส่วนสุดท้ายก็คือ Shop ที่วางขายของที่ระลึกน่ารักๆ มีตุ๊กตาเสือไวท์ไทเกอร์ยักษ์วางขายในราคา 140,000 เยน เท่านั้น เอ๊งงงงงง



แอดมินใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงเศษ เดินเที่ยวด้านในค่ะ มากับลูกสาวด้วย ปกติก็จะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวหลายๆที่ใน 1 วัน ก็จะใช้เวลาค่อนข้างเยอะในแต่ละสถานที่ที่ไปเที่ยวค่ะ ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า ゆっくり ยุคคุริ

ค่าตั๋วเข้าชมของผู้ใหญ่ราคาคนละ 2000 เยน เด็กประถมมัธยม 1000 เยน เด็กต่ำกว่าประถม 600 เยนค่ะ เปิดบริการทุกวัน 10:00~20:00 ความเห็นส่วนตัวคิดว่าตั๋วแพงไปนิดนึง กับกิจกรรมในแต่ละโซนที่แอดมินคาดหวังที่จะได้สัมผัสใกล้ชิดสัตว์ตามคำว่า 〜にふれる นิฟุเรรุ ซึ่งคุณพ่อบ้านเป็นสายลุยก็อยากให้ลูกได้เปิดประสบการณ์กับสัตว์ใกล้ชิดกว่านี้ 555

แต่ๆนักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วราคาพิเศษมากๆได้กับ KLOOK แถมไม่ต้องไปรอคิวซื้อตั๋วหน้าพิพิธภัณฑ์ด้วย อิจฉามากกกกกก >.<

Klook.com

จริงๆแล้วถ้าพูดถึงการใกล้ชิดสัตว์ มีอีกที่ที่อยากแนะนำค่ะ 神戸動物王国 Kobe Animal Kingdom ได้ใกล้ชิดสัตว์เช่นกัน มีกิจกรรมให้เด็กได้สัมผัสกับสัตว์ ป้อนอาหารกระต่าย หนูยักษ์คาปิบาระ อัลปาก้า ป้อนปลาเพนกวิน ขี่ม้าแคระ มีเต่ายักษ์เดินด้วยค่ะ


แต่อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น Nifrel ทำได้ดีมากๆ ในส่วนงานของศิลปะ ที่มีการนำแสงสี เทคโนโลยี Digital Art และการเลือกสัตว์สวยแปลกตามารวมกันค่ะ ซึ่งใครที่ชอบอะไรแปลกใหม่ งานศิลป์สวยๆ ที่ Nifrel จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนค่ะ

การเดินทาง
รถไฟ Monorail สถานี Banpaku Kouen ค่ะ


Official Website(ภาษาไทย)
https://www.nifrel.jp/th/

ปล. มาวันธรรมดานะคะ เสาร์อาทิตย์คนเยอะมากกกกกกกก


Post a Comment

0 Comments